เรื่องย่อและคำวิจารณ์หนัง Now you see me

Now you see me  หรือชื่อไทยอย่าง อาชญากลปล้นโลก เป็นภาพยนตร์แนวจารกรรม/ระทึกขวัญ โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่นักมายากล 4 คน ถูกเรียกตัวโดยบุคคลลึกลับให้มาพบเจอกัน หลังจากนั้นอีก 1 ปีต่อมาพวกเขาก็ออกแสดงด้วยกันที่ลาสเวกัสในนาม The Four Horseman ซึ่งผู้ให้การสนับสนุนพวกเขาทั้ง 4 คือเจ้าของธุรกิจประกันภัยอย่าง อาร์เธอร์ เทสเลอร์ ซึ่งการแสดงครั้งแรกนั้นพวกเขาได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าจะขโมยเงินจากธนาคารในปารีส และให้ผู้ชมที่ชื่อ เอเตียน ฟอร์ซิเยร์ ไปปารีสจาก teleporter เมื่อเข้ามาอยู่ในธนาคารของปารีสตรงห้องนิรภัย ฟอร์ซิเยร์ก็ได้นำเงินกลับมาแจกให้คนดูจริงผ่านช่องระบายอากาศ เมื่อมีการค้นพบว่าเงินดังกล่าวได้หายไปจากธนาคารจริง FBI จึงได้เข้ามาสอบสวนในเรื่องนี้ทว่าก็ต้อคว้าน้ำเหลวเมื่อเขานำตัวนักมายากลทั้ง 4 คนมาสอบสวนแต่ไม่ได้เรื่องอะไรกลับไปเลย

จากนั้นตำรวจ FBI ที่คดีนี้นามว่า ดีแลน โรดส์ และ อัลมา เดรย์ ได้ไปพบกับอดีตนักมายากลอย่าง แทดเดียส แบรดลีย์ ที่ตอนนี้หันมาทำรายการเปิดโปงมายากล ซึ่งตัวเขาเชื่อว่านักมายากลทั้ง 4 คนนั้นน่าจะเป็นคนทีขโมยเงินมาจริงแล้วเอามาไว้ที่ลาสเวกัสก่อนการแสดงนานมากแล้ว ส่วนเงินที่ยังคงอยู่ในปารีสนั้นเป็นเงินปลอม นั่นทำให้เขาทั้ง 3 คนต้องเดินทางไปนิวออร์ลีนส์ เพื่อชมการแสดงของนักมายากลทั้ง 4 ซึ่งครั้งนี้พวกเขาขโมยเงินจากเทสเลอร์ไปให้ผู้ชมบางส่วนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำประกัน นั่นจึงเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการไล่ล่าของดีแลน ส่วนเทสเลอร์ก็บอกให้แทดเดียสเฉลยกลโกงของพวกนี้มาให้หมด ส่วนทางด้านของอัลมาเริ่มสงสัยว่าทั้ง 4 คนมีความเกี่ยวพันกับสมาคมโบราณของนักมายากล และเริ่มมีข้อสงสัยในตัวเขาว่าอาจจะเป็นนักมายากลคนที่ 5 ที่คอยให้ความช่วยเหลือทั้ง 4 คนนี้อยู่ ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นมันน่าติดตามมากเลยทีเดียว สำหรับคนที่ชอบเรื่องการไล่ล่า สืบสวนสอบสวน ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

สำหรับการวิจารณ์หนังในภาพรวมนั้นถือว่าทำออกมาได้อย่างน่าพอใจเหมือนจะทำเหมือนหนังไล่ล่าจาก FBI ทั่วไปแต่แฝงไปด้วยเทคนิคมายากลทั้งเรื่อง  บางครั้งคนดูเองอาจจะกำลังอึ้งเหมือนดูมายากลอยู่จริงๆ จนต้องลุกขึ้นยืนปรบมือแบบไม่รู้ตัว เป็นหนังที่ดูแล้วค่อนข้างเพลินแต่อาจจะเกิดอาการสับสนในช่วงท้ายเรื่องบ้างเล็กน้อยถึงตอนจบที่อาจจะไม่โดนใจใครเท่าไหร่ แต่ด้วยคอนเซปต์หนังที่ว่า The closer you look, the less you see “ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งโดนหลอกง่ายเท่านั้น” มันทำให้หนังมีชั้นเชิงอย่างมาก